ประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด กล่าวว่ากองทัพซีเรียเท่านั้นที่จะสามารถคุ้มกันและช่วยเหลือกองกำลังชาวเคิร์ดที่อยู่ในภาคเหนือได้ “ไม่ใช่สหรัฐ” และเขาจะไม่มีทางเจรจาเรื่องรัฐธรรมนูญฉบับใหม่กับฝ่ายต่อต้านที่มีตุรกีหนุนหลัง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงดามัสกัส ประเทศซีเรีย เมื่อวันที่ 18 ก.พ. ว่าประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด กล่าวต่อที่ประชุมสภาเทศบาลกรุงดามัสกัส เมื่อวันอาทิตย์ มีใจความในตอนหนึ่งว่ากองทัพซีเรียเท่านั้นที่จะสามารถปกป้องและให้ความช่วยเหลือกองกำลังป้องกันตนเองชาวเคิร์ด ( วายพีจี ) ในการกระชับพื้นที่จาก “กองกำลังต่างชาติ”  และเตือนว่าวายพีจีไม่ควรคาดหวัง “การปกป้อง” จากทหารอเมริกันในพื้นที่ เพราะสหรัฐแสดงออกชัดเจนแล้วว่า “ทอดทิ้งวายพีจี” จากการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเมื่อเดือนธ.ค. ปีที่แล้ว ต้องการถอนทหารอเมริกันทั้งหมดกลับประเทศ ในขณะที่กองทัพตุรกีเตรียมปฏิบัติการภาคพื้นดินฝ่ายเดียวเพื่อโจมตีวายพีจี

ขณะเดียวกัน อัสซาดกล่าวเรียกร้องให้ผู้ลี้ภัยชาวซีเรียทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนา โดยยืนยันว่ากองทัพสามารถควบคุมสถานการณ์ได้แทบทั้งหมดแล้ว โดยกลุ่มไอเอสเหลือจำนวนเพียงไม่มากและยึดครองพื้นที่อยู่เพียงน้อยนิดเท่านั้น นอกจากนี้ ผู้นำซีเรียกล่าวด้วยว่ารัฐบาลดามัสกัสไม่มีทางเจรจาเรื่องการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่กับฝ่ายต่อต้านรัฐบาลที่ตุรกีให้การสนับสนุน แต่ยืนยันว่าซีเรียต้อรับบทบาทของสหประชาชาติ ( ยูเอ็น ) ด้านการสร้างสันติภาพในซีเรีย ตราบใดที่ยูเอ็นและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องให้ความเคารพต่ออธิปไตยของซีเรีย

ในอีกด้านหนึ่ง พล.ต. พอล ลาคาเมรา ผู้บัญชาการกองกำลังสหรัฐต่อต้านกลุ่มไอเอสในอิรักและซีเรีย กล่าวว่าสหรัฐอาจจำเป็นต้อง “แบ่งแยกความช่วยเหลือ” ต่อกองกำลังประชาธิปไตยซีเรีย ( เอสดีเอฟ ) ที่วายพีจีเป็นส่วนหนึ่ง ในกรณีที่เอสดีเอฟและแนวร่วมทั้งหมดยอมรับความสนับสนุนทางทหารจากกองทัพซีเรียหรือรัสเซีย.